วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก สุขภาพ Kombucha คืออะไร? และดีต่อสุขภาพอย่างไร?

Kombucha คืออะไร? และดีต่อสุขภาพอย่างไร?

ทำความรู้จักกับ Kombucha เทรนด์การดื่มรูปแบบใหม่ สายสุขภาพต้องรู้

Kombucha คืออะไร?

Kombucha หรือ คอมบุชะ เรียกง่ายๆ ว่าชาหมักนั่นเอง คอมบุชะเกิดขึ้นราว 2,000 ปีก่อน ต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนตอนเหนือ รัสเซีย และประเทศในแถบยุโรปตะวันออก คอมบุชะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือมีเล็กน้อยเพียง 0.5% ซึ่งถือว่าน้อยมาก

พบค่ากาเฟอีน 12.4-41.6 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งน้อยกว่ากาเฟอีนในกาแฟที่มีถึง 38.6-65.2 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งปฏิกิริยาในระหว่างการหมักอาจจะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงดูเหมือนเครื่องดื่มอัดแก๊สนั่นเอง

kombucha คอมบุชะ
ภาพจาก EndoMune Probiotics

ส่วนผสมหลักของคอมบุชะ

คอมบุชะเกิดจากการหมักชา โดยใช้ชาเขียวหรือชาดำผสมกับน้ำตาล ยีสต์ และแบคทีเรีย หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 7-15 วัน หากเผลอทิ้งไว้นานกว่านั้น ชาอาจจะกลายเป็นน้ำส้มสายชูที่มีรสเปรี้ยวเกินกว่าจะดื่มได้

kombucha คอมบุชะ
ภาพจาก Women’s Health

ขั้นตอนในการทำคอมบุชะ

1. เริ่มจากนำใบชาเขียว หรือชาดำมาต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที เพื่อสกัดสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ เมื่อได้ที่แล้วกรองเอากากใบชาออก
2. เติมน้ำตาลซูโครสในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อเป็นแหล่งสารอาหารในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ พักไว้ให้เย็น
3. จากนั้นเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ จะเป็นขวดแก้ว หรือโถแก้วก็ได้ (ไม่ควรใช้ภาชนะที่ทำจากโลหะ)
4. เติมกล้าเชื้อจุลินทรีย์พันธุ์ดีหรือ SCOBY ลงไป
5. ปิดปากขวดด้วยผ้าขาวบาง แล้วหมักบ่มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 7-10 วัน สังเกตุจะมีแผ่นวุ้นสีขาวขุ่นลอยขึ้นที่ผิวน้ำชา
6. เทเฉพาะน้ำ ใส่ขวดแช่เย็นเก็บไว้สำหรับดื่มเมื่อต้องการ

SCOBY (สโคบี) คืออะไร?

สโคบีเป็นส่วนผสมของแบคทีเรียและยีสต์ สโคบีมีส่วนสำคัญคือจะเข้าทำหน้าที่ย่อยสลายน้ำตาลให้กลายเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบภายในร่างกายนั่นเอง หลังจากหมักบ่มชาไประยะหนึ่งแล้วจะทำให้เกิดแผ่นวุ้นลอยอยู่บนน้ำชา มีรูปร่างคล้ายเห็ด หลายคนจึงเรียกกันว่า ชาเห็ด (Mushroom Tea)

kombucha คอมบุชะ
ภาพจาก FLAIR MAGAZINE

รสชาติของคอมบุชะ

คอมบุชะจะมีรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยรสหวานเล็กน้อย มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเกิดจากกระบวนการหมัก และยังมีความซ่าคล้ายน้ำไซเดอร์อีกด้วย

ดื่มคอมบุชะอย่างไรให้ปลอดภัย

ควรดื่มก่อนรับประทานอาหาร 20-30 นาที หรือหลังมื้ออาหาร 1 ชั่วโมงในขณะท้องว่าง ครั้งละ 200-300 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง หรือเมื่อรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย แนะนำให้อมไว้ในปากก่อนกลืน สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มดื่มให้ดื่มในปริมาณน้อยๆ ก่อน อาจจะนำไปผสมในสมูทตี้ หรือดื่มแทนน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ก็ได้

ประโยชน์ของคอมบุชะ ที่มีต่อร่างกาย

คอมบุชะจัดเป็นเครื่องดื่มประเภทที่มีสรรพคุณทางยา ซึ่งมีจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ชนิดดีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ มีส่วนช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย หากเราใช้ชาเขียวในการหมักจะได้รับประโยชน์ของชาเขียว อย่างสารพอลีฟีนอลที่เป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด และไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง ช่วยเผาผลาญแคลอรี ลดการสะสมสารตกค้างในตับ ไต ช่วยล้างพิษหรือของเสียตกค้างในร่างกาย ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น กระตุ้นการสร้างพลังงาน สร้างภูมิคุ้มกัน แก้โรคหอบหืด โรคผิวหนังอักเสบและโรคปวดข้อ เป็นต้น

ข้อจำกัดในการดื่มคอมบุชะ

คอมบุชะไม่เหมาะสำหรับคนที่ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ, เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 4 ขวบ และหญิงตั้งครรภ์

อ้างอิงจาก | Vogue.Beauty

บอกลาอาการไอระคายคอด้วย สมุนไพรแก้ไอขับเสมหะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว

การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว คำว่า “สุขภาพดี” ในแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะสังคม หรือรูปแบบของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีอย่างน้อยจะต้องหมายถึง ความสมบูรณ์ของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเกิดได้เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ไม่ใช่เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนในการดูแลสุขภาพล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดี ดังนี้ -สามารถที่จะกำหนดวิธีการหรือเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเองหรือบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -สามารถที่จะกำหนดช่วงเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมีกิจกรรมการออกกำลังกายในช่วงเช้า หรือ ในบางครอบครัวอาจจะมีเวลาว่างในช่วงเย็น ก็อาจจะกำหนดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในช่วงเย็นก็ได้ หรืออาจจะ กำหนดช่วงเวลาในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว...

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่

การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่ เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น  ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้ การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย  อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์ บรรเทาอาการ  การบรรเทาอาการ คือ...

7 เคล็ดลับง่ายๆ วิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีและแข็งแรง

ในปีนี้หลายคนตั้งเป้าหมายการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การเรื่องงาน เป้าหมายการใช้ชีวิต รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนหันมาสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองนอนหลับสบาย มีสุขภาพแข็งแรง หรือการหลุดพ้นจากความเครียดเมื่อเราเรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองให้ดีแล้ว เราก็จะสามารถดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดและภาระหน้าที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.ดื่มน้ำให้พอเพียง พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง 3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง...

Recent Comments