วันศุกร์, ตุลาคม 23, 2020
หน้าแรก อาหาร วิธีขัดก้นกระทะ ให้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่

[ How to ] วิธีขัดก้นกระทะ ให้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่

[ How to ] วิธีขัดก้นกระทะ ให้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่ กระทะเรา ไม่เก่าเลย

How to วิธีขัดก้นกระทะ ให้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่ คุณแม่บ้านพ่อบ้านที่ดีต้องมีความพร้อม วันนี้จะคุยกันในเรื่องการดูแล “อุปกรณ์ทำครัว” ทำอย่างไรจึงดูดใหม่ สะอาดและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ “ อุปกรณ์ทำครัว” มีหลายรูปแบบซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหม่ๆ ได้เพียง 2 ประเภท

คืออุปกรณ์ทำครัวที่ใช้ไฟฟ้า และ อุปกรณ์เครื่องครัวทั่วไป ในส่วนของการดูแลอุปกรณ์ทำครัวที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าดูแลไม่มากเท่าพร้อมเพราะการดูแลเหมือนกับการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เช่น สภาพสายไฟ สภาพปลั๊กไฟ รอยแตกรอยร้าว สภาพหลอดไฟที่แสดงโชว์สัญลักษณ์ต่างๆ บนเครื่องมือ ถ้ามีสภาพปกติ

[ How to ] วิธีขัดก้นกระทะ ให้สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่
ขอบคุณภาพ
อุกรณ์เครื่องครัวประเภทที่ 1 เหล่านี้ก็สามารถใช้งานได้ คุณพ่อบ้านแม่บ้านควรมีเครื่องมือทดสอบการรั่วของไฟฟ้าติดครัวไว้สักอันก็จะเป็นการดีมาก คุณพ่อบ้านแม่บ้านจะได้มีโอกาสใช้ทดสอบอุปกรณ์เครื่องครัวไฟฟ้าว่ามีการรั่วของกระแสไฟหรือไม่อย่างไรสักเดือนละครั้งกำลังดี

อุปกรณ์เครื่องครัวที่ใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ถ้ามีสภาพชำรุดบกพร่องควรส่งให้ช่างเฉพาะทางที่มีความรู้ความสามารถดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม คุณพ่อบ้านแม่บ้านอย่าลงมือซ่อมเองเลย เก่งแค่ทำครัวพอแล้ว คนเราไม่เก่งไปได้ทุกอย่างหรอกนะ อย่างเสี่ยงดีกว่า

ส่วนอุปกรณ์ทำครัวประเภทที่ 2 คืออุปกรณ์ทำครั้งทั่วไป เช่น หม้อ เขียง กระทะ มีด ตะหริว กระบวย จานชาม ถ้วย แก้วน้ำ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้พ่อบ้านแม่บ้านสามารถดูแลรักษาทำความสะอาดให้ดูเหมือนใหม่ได้เองทุกชิ้น ไม่ต้องไปจ้างใครให้เปลืองค่าใช้จ่าย วิธีการดูแลรักษาซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทำครัวง่ายๆ ให้ดูสะอาด เหมือนใหม่และพร้อมใช้งานได้ เช่น กระทะเคลือบ หรือกระทะเทฟล่อน

คุณพ่อบ้านแม่บ้านก็ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีขายอยู่ตามท้องตลอดทั่วไปที่ระบุไว้ว่าใช้กับภาชนะประเภทนี้ได้เทใส่ฟองน้ำถูกเบาๆ เหมือนตอนล้างกระทะ ก็เป็นการทำความสะอาดที่ดีแล้ว แต่อย่าลืมว่ากระทำพวกนี้จะใช้วิธีเอาตะหลิว ขูดคลาบอาหารออกก่อนล้างเหมือนกระทะสมัยก่อนไม่ได้แล้วนะ ถ้ากระทะประเภทนี้เกิดรอยขึ้นจะเสียของทันทีเลย

วิธีนี้ก็สามารถใช้น้ำยาอเนกประสงค์ทำความสะอาดคราบอาหารในเตาอบ เตาไมโครเวฟได้เช่นกัน เพียงเทใส่ฟองน้ำและออกแรงถูพอประมาณ ก็สามารถทำความสะอาดได้เช่นกัน ส่วนอุปกรณ์ทำครัวประเภทเขียงซึ่งเป็นที่รองหั่นรองตัด และใช้ระบายอารมณ์ได้ตอนตีพริกตีกระเทียม

เมื่อใช้เสร็จแล้วต้องล้างทำความสะอาดทัน อย่าแช่ไว้เพราะจะทำให้โชคโรคเชื้อสะสม และยังจะเป็นการเก็บกลิ่นคาวของอาหารสดๆ ที่เราใช้หั่นอีกด้วย ที่สำคัญเมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ควรวางพึ่งไว้ในที่โลงหรือแขวนไว้ให้แห้งก่อนเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราขึ้นได้โดยเฉพาะเขียงไม้ประเภทต่าง เป็นต้น

วันนี้ขอพูดเรื่องการทำความสะอาด “ กระทะ ” เพิ่มเติมเป็นพิเศษอีกครั้ง พ่อบ้านและแม่บ้านจะดูแลให้สะอาดและเหมือนใหม่ได้อย่างไรเมื่อ กระทะต้องถูกนำมาใช้ประกอบอาหารทุกวัน

วิธีเฉพาะสำหรับการขัดกระทะไม่ว่าจะเป็นส่วนใดๆ ให้เหมือนใหม่ ทำได้ดังนี้

1. ซอสมะเขือเทศ
วิธีนี้ใช้กับกระทะทองแดงเท่านั้น โดยเทซอสลงไปที่กระทะ หรือบริเวณที่ต้องการขจัดคราบให้ทั่ว ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วทำการขัด คราบรอยไหม้ต่างๆ จะหลุดออกได้ดี กระทะทองแดงจะเหมือนใหม่ทันตาเห็น

2. น้ำร้อนและน้ำยาล้างจาน
วิธีนี้ใช้สำหรับกระทะสเตนเลสที่มีรอยไหม้ก้นกระทะ โดยนำน้ำยาล้างจานไปผสมกับน้ำร้อนใส่กะละมังไว้ แล้วนำกระทะลงไปล้างเพื่อขจัดคราบมัน จากนั้นนำกระทะขึ้นมาโรยด้วยผงเบกกิ้งโซดา ขัดอีกครั้งด้วยฝอยขัดหม้อ ก่อนจะนำมาทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน และตามด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะขจัดคราบรอยไหม้ก้นกระทะได้ดี และเป้นการขัดกระทะสแตนเลสให้ขึ้นเงาเหมือนใหม่ด้วย

3. แป้งสาลีและน้ำส้มสายชู
วิธีนี้ใช้สำหรับกระทะเทฟลอนหรือกระทะเคลือบทั่วไป โดยนำแป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับเกลือและน้ำส้มสายชูอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เสร็จแล้วให้นำไปทาลงบนก้นกระทะโดยใช้ผองน้ำช่วยถูกส่วนผสมให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างจาน คราบก้นกระทะจะหลุดออกทันที กระทะเทฟลอนหรือกระทะเคลือบจะกลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง

4. น้ำร้อนและเบกกิ้งโซดา
ให้เทน้ำร้อนลงกะละมังใบขนาดที่จะแช่กระทะได้ แล้วน้ำเบกกิ้งโซดาใส่ลงในน้ำร้อนประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ นำกระทะมาแช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วค่อยเอากระทะออกมาขัด คราบสกปรกต่างๆ จะออกได้ดี

5. น้ำส้มสายชูกับเกลือ
นำน้ำส้มสายชูในปริมาณที่ต้องการผสมด้วยเกลือ ทำการคนเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเนื้อครีม เมื่อผสมจนเป็นเนื้อครีมแบบเข้มข้นแล้วให้น้ำฟองน้ำชุบครีมที่ผสมนำมาขัดบริเวณที่ต้องการขจัดคราบของกระทะ เช่น ก้นกระทะ เป็นต้น

6. เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู
นำผงเบกกิ้งโซดา ( Baking soda ) หรือ โซเดี่ยมไบคาร์บอเนต ( Sodium bicarbonate ) จำนวน 1 ถ้วยตวง นำมาผสมด้วยน้ำส้มสายชูทีละน้อยคนให้เข้ากัน โดยการผสมและคนต้องออกมาเป้นลักษณะของเนื้อครีม ถ้ายังไม่ได้ก็ค่อยๆ เพิ่มน้ำส้มสายชูไปทีละน้อย จนกว่าผสมแล้วจะกลายสภาพเป็นเนื้อครีมเข้มข้น จากนั้นนำเนื้อครีมที่ได้จากการผสมไปทาเคลือบผิวกระทะบริเวณที่ต้องการขจัดคราบ เมื่อทาแล้วให้ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง

ก่อนจะทำการขัดให้น้ำผงเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูเดิมลงไปอีก 3 และ 2 ช้อนโต๊ะตามลำดับ แล้วเริ่มขัดเพื่อขจัดคราบได้เลย ความเป็นกรดอ่อนๆ ของส่วนผสมจะช่วยขจัดคราบให้ออกได้ง่าย ถ้าคุณพ่อบ้านแม่บ้านไม่มีผงเบกกิ้งโซดา อาจจะใช้ผงฟูแทนก็ได้แต่ประสิทธิภาพจะไม่ดีเท่าเบกกิ้งโซดา ไหนๆ คุณพ่อบ้านแม่บ้านต้องออกไปหาซื้ออยู่แล้ว ก็ซื้อเบกกิ้งโซดามาเลย ก็จะสะดวกดี

7. มันฝรั่ง
ถ้าวิธีแรกต้องใช้เวลาข้ามคืน คุณพ่อบ้านแม่บ้านไม่อยากเสียเวลารอ เปลี่ยนวิธีใหม่ด้วยการนำผงเบกกิ้งโซดาโรยบริเวณรอยคราบที่ต้องการขจัดออก เช่น รอยให้ทั่วก้นกระทะ แล้วนำมันฝรั่งหั่นครึ่ง เอาส่วนที่เป็นเนื้อของมันฝรั่งขัดให้ทั่วบริเวณที่โรยผงเบกกิ้งโซดาไว้ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก

ทั้ง 7 วิธีหลักๆ จะช่วยให้คุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้าน สะดวกและปลอดภัย มีเครื่องครัวใหม่ๆ ใช้ได้ทุกวัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

พฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้เรารู้สึก “เหนื่อยล้า” ตลอดเวลา

หยุด! พฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้เรารู้สึก "เหนื่อยล้า" ตลอดเวลา หยุด! พฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้เรารู้สึก "เหนื่อยล้า" ตลอดเวลา สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้านั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะมาจากโรคประจำตัว  ความเครียด การทำงาน หรืออีกหลายๆอย่าง แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าลักษณะนิสัยและพฤติกรรมบางอย่าง อาจกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีอาการเหนื่อยล้าได้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ พฤติกรรมที่ทำนำไปสู่ความเหนื่อยล้าว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างทันท่วงที พฤติกรรมที่นำไปสู่ความเหนื่อยล้า มีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย  พักผ่อนไม่เพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอพฤติกรรมเจ้าปัญหา ที่ส่งผลกระทบทำให้เรามีอาการเหนื่อยล้าได้ง่ายกว่าปกติ  ร่างกายของเรานั้นจะทำงานอยู่ตลอดเวลาที่เราตื่น โดยร่างกายของคนเราจะอาศัยช่วงที่เรานอนหลับในการฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ...

คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2020 จากดีไซเนอร์แบรนด์ไทย

สยามเซ็นเตอร์ เผย คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2020 จากดีไซเนอร์แบรนด์ไทย เผย คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2020 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ตามติดคอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูหนาวของปีนี้ พร้อมแล้วให้หนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้า รับแรงบันดาลใจและอัพเดทเทรนด์แฟชั่นก่อนใครจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ระดับแถวหน้า บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ลำเทรนด์ เริ่มจาก แบรนด์ระดับท้อปลิสต์ที่หญิงสาวตั้งตารอชม KLOSETเปิดตัวด้วยคอลเลคชั่น Pre-Fall ในชื่อ Love never fails เรื่องราวบทกวีโรแมนติก ว่าด้วยเรื่องความรักอันหอมหวานที่แอบแฝงไปด้วยความข่มขื่น...

เช็กตัวเอง คุณเป็นคน เซนซิทีฟ มากเกินไปหรือเปล่า ?

เช็กตัวเอง คุณเป็นคน เซนซิทีฟ มากเกินไปหรือเปล่า? เช็กตัวเอง คุณเป็นคน เซนซิทีฟ มากเกินไปหรือเปล่า เท่าที่สังเกตตัวเอง คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์มากเกินไปหรือเปล่า เวลาไปดูหนังเจอฉากที่บีบคั้นอารมณ์ก็ร้องไห้ เจอความกดดันก็ร้องไห้ เจอคนเสียงดังใส่ก็ร้องไห้ เจอความสับสนวุ่นวายที่คุณไม่คุ้นเคยก็ร้องไห้ ถ้าคุณอยากรู้ว่าตัวเองเป็นพวกอ่อนไหวทางอารมณ์หรือไม่ สำรวจได้จากลักษณะต่างๆ ด้านล่าง แต่ขอให้รู้ไว้ก่อนว่าความอ่อนไหวทางอารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และอยู่ที่ว่าแต่ละคนนั้นรับมือกับความอ่อนไหวภายในใจของตัวเองได้ดีขนาดไหน ลักษณะของคนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์  เวลาคนรอบข้างส่งเสียงดัง หรือมีเสียงรบกวนจากคนอื่นคุณรู้สึกอยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นเลยไหม คุณสามารถรู้สึกได้แม้ว่าอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปแค่สององศาเซลเซียส คุณไม่ชอบอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างมากเกินไป เวลาเกิดเหตุสับสนวุ่นวายคุณจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกทำร้ายไปด้วย เวลาฟังเพลงซึ้งๆ...

โปรตีนจากพืช จากสัตว์ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร?

โปรตีนจากพืช จากสัตว์ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร? โปรตีนจากพืช จากสัตว์ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร หลายๆ คนที่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เริ่มสนใจอาหารที่มาจากพืชมากกว่าเนื้อสัตว์ โปรตีนจากพืชจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่การรับประทานโปรตีนจากพืชเพียงอย่างเดียวเหมือนผู้ที่กินมังสวิรัติ หรือกินเจ จะส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรต่อร่างกายบ้าง และแตกต่างจากการกินโปรตีนจากสัตว์อย่างไร ข้อดีของโปรตีนจากพืช ข้อมูลจากWorld Cancer Research Fund การไม่บริโภคเนื้อสัตว์ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 35% ขณะเดียวกัน การกินมังสวิรัติและกินเจอย่างเคร่งครัด ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ดังนั้นการรับประทานโปรตีนจากพืชจึงช่วยลดความเสี่ยงโรคอันตรายต่างๆ เหล่านี้ได้ โปรตีนจากพืชที่พบได้ในถั่ว...

Recent Comments