วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก Uncategorized

Uncategorized

การดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุควรจะดูแลตนเองอย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักดูแลสุขภาพเบื้องต้นเป็นอย่างดี ก็จะสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ การดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ มีดังนี้ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผู้สูงอายุควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยควบคุมปริมาณในแต่ละหมู่ให้เหมาะสม คือ เน้นโปรตีน และผักผลไม้มากขึ้น แต่ควรลดอาหารพวกแป้งและไขมันลงและควรดื่มน้ำให้มากในแต่ละวัน ยกเว้นผู้ป่วยที่ต้องจำกัดน้ำ ก็ให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้วนั้น ควรเสริมแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น แคลเซียม และสังกะสี เป็นต้น...

ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 9 ข้อ

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารที่เพียงพอในหนึ่งวัน 2. รับประทานข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ หรือเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาวเพื่อคุณค่าและใยอาหารมากกว่า 3. กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้ 4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพราะปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่าย ส่วนถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เช่นกัน 5. ดื่มนมเพื่อเสริมสร้างแคลเซียม 6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ลดอาหารประเภททอด ผัด หรือแกงกะทิ 7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด หวานจัด...

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอผู้อ่านทุกท่าน การมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยรุมเร้า ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ดังนั้น เพื่อให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลโรคนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ เริ่มต้นกลับมาดูแลร่างกายด้วยตัวเราเอง ด้วยการออกกำลังกาย ผสานไปกับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย เริ่มจาก 1.ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารและพลังงานส่วนเกินได้ดี 2.เลือกเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือหลังเลิกงาน 3.ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ปล่อยวางเรื่องที่ไม่สบายใจ หรือทำให้เครียด เพื่อให้ออกกำลังกายอย่างมีความสุข 4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สิ่งสำคัญเราต้องรู้จักรับประทานอาหาร ซึ่งมีข้อมูลจากกรมอนามัย...

การดูแลสุขภาพด้วยวิธีง่ายๆด้วยวิธีการรับประทานอาหาร

กินอาหารดีมีประโยชน์ โดยกินให้ครบหมู่ ร่างกายจะได้สารอาหารที่จำเป็น. อาหารดีมีประโยชน์ ก็คือต้องมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผักผลไม้ และไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าเป็นคาร์โบไฮเดรต ให้เลือกโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ด ส่วนแหล่งโปรตีนที่ดีคือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ปลา ไข่ และถั่ว นอกจากนี้พยายามกินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 5 - 9 servings (หน่วยบริโภค) ต่อวัน ไขมันในปริมาณที่เหมาะสมก็จำเป็น เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ครบสมบูรณ์ ไขมันดีที่แนะนำก็เช่น น้ำมันปลา...

การออกกำลังกายการดูแลสุขภาพ ที่ดี

ออกกำลังกายทุกวัน แค่นิดเดียวก็ยังดี. นอกจากทำให้รู้สึกสดชื่นและดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้มีพลังทำอะไรต่ออะไรในแต่ละวันด้วย เขาวิจัยกันมาแล้วว่าถ้าออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้สดชื่นขึ้นเพราะต่อม pituitary (ต่อมใต้สมอง) และไฮโปทาลามัส (hypothalamus) หลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมาตอนที่คุณออกกำลังกาย เลยรู้สึกดีมีความสุข การเดินนี่แหละวิธีออกกำลังกายที่ง่ายแต่ดี ใครบ้านใกล้หน่อย ก็ลองเดินไปทำงานหรือไปเรียนดู แต่ถ้าบ้านไกล ก็ให้จอดรถไกลกว่าเดิม แล้วเดินไปจนถึงจุดหมายปลายทาง รวมถึงลงจากรถเมล์หรือรถไฟฟ้าก่อนจุดหมาย 1 ป้าย/สถานี และใช้บันไดแทนลิฟท์ วิ่งและจ็อกกิ้ง. ไม่ต้องถึงขนาดวิ่ง 5 - 10...

วิธีการ ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์

ถ้าอยากมีร่างกายฟิตแบบสุดๆ ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ บทความวิกิฮาวนี้มีหลายคำแนะนำดีๆ สำหรับคุณ ลองทำดูแล้วรับรองลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งและโรคอื่นๆ หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม แถมอายุยืนยาวมีความสุขสุขภาพแข็งแรง สุขภาพนี่แหละเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของชีวิตคนเรา รู้แล้วจะรออะไร? รีบลุกไปเปลี่ยนตัวเอง แล้วจะสุขภาพดีในเร็ววัน ไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ อ้วน ผอม สูง ต่ำ ดำ ขาว สุขภาพปัจจุบันจะดีหรือแย่ก็ตาม ดูแลสุขภาพโดยรวม นอนหลับให้เพียงพอ. จะแข็งแรงสุขภาพดีได้ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือก็คือ 7 - 9...

การดูแลสุขภาพ ที่เกี่ยวกับการพักผ่อน

           การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีของบุคคล เพราะการพักผ่อนอย่างเพียงพอส่งผลให้ร่างกายและจิตจำได้ผ่อนคลายจากความ เหน็ดเหนื่อยและความตึงเครียด และยังช่วยสร้างเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้ทำงายได้ อย่างปกติ ประเภทของการพักผ่อนที่สำคัญแบ่งออกได้ ดังนี้ การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ร่างกายได้ผ่อนคลายหลังจากการทำกิจกรรมต่างๆมาตลอดทั้งวัน วัยรุ่นควรได้นอนหลับวันละประมาณ 8-10 ชั่วโมง เป็นเวลาติดต่อกันในช่วงกลางคืนซึ่งมีข้อความ                 ปฏิบัติในการนอนหลับ ดังต่อไปนี้                     1.นอนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีเสียงดังรบกวนการนอนก่อนเข้านอนไม่ควรออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ที่มีเรื่องราวตื่นเต้น เพราะไปกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว และนอนไม่หลับได้               ...

ดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย

     วัยรุ่นที่ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตสมวัยมีรูปร่างสัดส่วนที่ดีจิตใจสดชื่นแจ่มใส และมีสุขภาพแข็งแรง การออกกำลังกายมีหลักในการปฏิบัติ ดังนี้ 1. พิจารณาสุขภาพร่างกายของตนเองก่อนออกกำลังกาย หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายและสำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหรือไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นเวลานานควรเริ่มออกกำลังกายอย่างเบาๆแล้วจึงค่อยๆเพิ่มระยะเวลาหรือความหนักมากขึ้น 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ซึ่งควรออกกำลังกายอย่างน้อย3วันต่อสัปดาห์และในการออกกำลังกายแต่ละครั้งควรใช้เวลาประมาณ20-30 นาทีติดต่อกันแต่ไม่ควรเกิน  60 นาทีและอัตราการเต้นของหัวใจในการออกกำลังกายอยู่ในระดับร้อยละ60-80ของอัตราการเต้นสูงสุด(อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดเท่ากับ 220-อายุ (ปี)) ตัวอย่างเช่น นายกำพลอายุ 25 ปีจะมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดคือ 220 - 25 = 195 ครั้งเพราะฉะนั้นอัตราการเต้นของหัวใจในขณะออกกำลังกายในระดับร้อยละ 60-80ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจที่นายกำพลควรออกกำลังกายให้ได้ในแต่ละครั้งอยู่ที่อัตราชีพจร 117-156 ครั้งต่อนาทีและการออกกำลังกายแตะละครั้งควรเริ่มจาการอบอุ่นร่างกายประมาณ 5-15 นาที แล้วจึงออกกำลังกายตามกิจกรรมที่เลือกประมาณ 15-45นาทีและทำการพักผ่อนคลายร่างกายอีกประมาณ 10-15 นาที 3.ในระหว่างการออกกำลังกายหากเกิดอาการผิดปกติเช่นวิงเวียนศีรษะหน้ามืดใจสั่นหัวใจเต้นผิดปกติหรือเจ็บที่หัวใจ เหนื่อยหรือหอบผิดปกติควรหยุดออกกำลังกายทันทีและถ้าออกกำลังกายอีกควรปรึกษาแพทย์เสียก่อนสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยไม่สบายควรงดออกกำลังกายจนกว่าจะหายเป็นปกติ 4.ควรออกกำลังกายในช่วงเวลาเดียวกันของช่วงเวลาเดียวกันของทุกวันเพราะจะมีผลต่อการปรับตัวของร่างกายสำหรับประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนจึงควรออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือเย็นเพราะการออกกำลังกายในเวลากลางวันที่มีอากาศร้อนจัดส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ติดตามหนังใหม่ ดูหนัง ติดตามการแนะนำการดูแลสุขภาพได้ที่>>>> yourhowto <<<<

การดูแลสุขภาพ เกี่ยวกับโภชนาการ

                วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการด้านต่างๆเปลี่ยนแปลงไปอย่าง รวดเร็ว  ร่างกายมีการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้นวัยรุ่นจึงเป็นวัยที่ต้องการอาหารและ พลังงานเป็นอย่างมากเพื่อการสร้างเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตน  สำหรับวัยรุ่นไทย  กองโภชนาการ  กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำชนิดและปริมาณอาหารที่คนไทยควรบริโภคเพื่อให้ได้ พลังงานและสารอาหารเพียงพอกับการต้องการของร่างกายใน 1 วันดังนี้                 สำหรับชายและหญิงที่มีอายุตั้งแต่ 14-25ปี  จะมีความต้องการพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรีต่อ 1 วัน โดยคิดเป็นความต้องการอาหารตามกลุ่มอาหารได้แก่ 1.ข้าวและแป้งให้รับประทานวันละ 10 ทัพพี โดยอาหารกลุ่มนี้จะให้สารอาหารหลัก คือ คาร์โบไฮเดรต ชนิดของอาหารในกลุ่มนี้ ได้แก่ ข้าว  ขนมปัง  บะหมี่  ก๋วยเตี๋ยว  เผือก มัน ซึ่งควรเลือกข้าวและแป้งมีการขัดสีน้อย  เช่น ข้าวกล้อง  ขนมปังโฮลวีท 2.ผักให้รับประทานวันละ 5 ทัพพี อาหารกลุ่มนี้จะให้วิตามิน แร่ธาตุ  และใยอาหาร ควรรับประทานอาหารผักชนิดต่างๆ อย่างหลากหลาย เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน 3. ผลไม้ให้รับประทานวันละ 5 ส่วน อาหารกลุ่มนี้จะให้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารให้รับประทานอย่างหลากหลายชนิด หมายเหตุ: ผลไม้ 1 ส่วน หากเป็นผลไม้ที่เป็นผล...

อาหารเช้าง่ายๆ สำหรับวันเร่งรีบ แม้ไม่มีเวลา ก็ดูแลสุขภาพให้ดีได้

อาหารเช้าถือเป็นอาหารมื้อสำคัญของวันที่เราไม่ควรมองข้าม แต่บางวันเราอาจตื่นสาย หรือเร่งรีบมากจนไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้า หรือกินอาหารเช้า จนทำให้ขาดพลังงานในการทำกิจวัตรประจำวัน หรือหิวจัดจนไม่มีสมาธิในการทำงานหรือการเรียน และสุดท้ายก็อาจจบลงด้วยการกินอาหารเที่ยง หรืออาหารเย็นมากเกินไป เพราะหิวจัดได้ด้วย Hello คุณหมอ เลยมี อาหารเช้าง่ายๆ สำหรับวันเร่งรีบมาฝาก ถึงจะไม่มีเวลา คุณก็สามารถทำอาหารเช้ากินเองได้แบบเฮลท์ตี้ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย เช้าๆ เราควรได้รับแคลอรี่เท่าไหร่ ก่อนที่จะไปดูว่า คุณควรได้รับแคลอรี่จากอาหารเช้าเท่าไหร่ คุณต้องรู้ก่อนว่าตัวเองควรได้รับแคลอรี่ในแต่ละวันทั้งหมดเท่าไหร่ เพราะร่างกายแต่ละคนต้องการพลังงานหรือปริมาณแคลอรี่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐาน...

พฤติกรรมเสี่ยงทำร้าย “กระดูกสันหลัง” โดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมเสี่ยง ทำร้าย “กระดูกสันหลัง” โดยไม่รู้ตัว อิริยาบถหรือท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น นั่งทำงานในท่างอหลังเป็นเวลานาน การก้มลงยกของจากพื้นโดยไม่ย่อเข่า นั่งทำงานด้วยโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่ได้ระดับสัมพันธ์กับสรีระร่างกาย เอียงคอคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน ทำงาน / เล่นคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอนคว่ำหน้าเป็นประจำ หรือเงยคอทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นต้น ภาวะเครียดทางจิตใจ อาจมีสาเหตุจากหน้าที่การงาน ปัญหาเศรษฐกิจ ครอบครัว การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อคอหดเกร็งนานผิดปกติ มีอาการปวดคอและศีรษะแถวท้ายทอยได้ อุบัติเหตุบริเวณคอ ภาวะดังกล่าวทำให้คอต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เอ็นหรือกล้ามเนื้อต้องถูกยืดอย่างมากจนเกิดอาการฉีกขาด...

5 เรื่องน่าทำ เพื่อสุขภาพดีในปี 2020

1. บอกลาพฤติกรรมตามใจปาก รู้หรือไม่ว่าโรคเรื้อรังหลายโรคอย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจ โดยมากแล้วมักเกิดจากการกินอาหารตามใจปากทั้งนั้น โดยเฉพาะอาหารหวานจัด มันจัด เค็มจัด บอกลาแล้วหันมาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น เลี่ยงอาหารรสจัด และดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีที่ง่ายที่สุด 2. จัดเวลาออกกำลังกายกันสักนิด นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว การออกกำลังกายก็สำคัญไม่แพ้กัน แม้จะยุ่งมากแค่ไหนก็ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง นอกจากจะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าแล้ง การออกกำลังกายยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเข้ามาเยือนในอนาคตได้อีกด้วย  3. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ โดยเลือกทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำ อาหารที่ให้โปรตีนสูง รวมถึงอาหารที่อุดมไปด้วยกากใย ขณะเดียวกัน ควรจำกัดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ควรออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เพียงไม่นานน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ก็จะค่อย ๆ ลดลง และเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด  4. การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ โดยควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน และจะดีที่สุดเมื่อเข้านอนก่อนเวลา 4 ทุ่มครึ่ง เพื่อให้ร่างกายหลั่งสารต่าง ๆ ออกมาฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้คือร่างกายที่สดชื่น พร้อมลุยงานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตรวจสุขภาพประจำปีสักนิด แม้ร่างกายจะปกติดีทุกอย่าง แต่อย่าได้วางใจ เพราะโรคบางโรคอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ๆ หากตรวจแล้วไม่เจอก็เป็นเรื่องที่โชคดีไป แต่ถ้าบังเอิญเจอขึ้นมาก็จะทำให้รักษาได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังช่วยให้เรารู้ว่าควรดูแลร่างกายอย่างไรอีกด้วย ในกรณีที่พบว่าไขมันเกิน น้ำตาลเกิน ก็สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันไม่ต้องรอให้ป่วยก่อน ติดตามการแนะนำการดูแลสุขภาพได้ที่>>>> yourhowto <<<<
- Advertisment -

Most Read

การดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว

การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว คำว่า “สุขภาพดี” ในแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะสังคม หรือรูปแบบของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีอย่างน้อยจะต้องหมายถึง ความสมบูรณ์ของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเกิดได้เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ไม่ใช่เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนในการดูแลสุขภาพล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดี ดังนี้ -สามารถที่จะกำหนดวิธีการหรือเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเองหรือบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -สามารถที่จะกำหนดช่วงเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมีกิจกรรมการออกกำลังกายในช่วงเช้า หรือ ในบางครอบครัวอาจจะมีเวลาว่างในช่วงเย็น ก็อาจจะกำหนดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในช่วงเย็นก็ได้ หรืออาจจะ กำหนดช่วงเวลาในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว...

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่

การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่ เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น  ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้ การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย  อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์ บรรเทาอาการ  การบรรเทาอาการ คือ...

7 เคล็ดลับง่ายๆ วิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีและแข็งแรง

ในปีนี้หลายคนตั้งเป้าหมายการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การเรื่องงาน เป้าหมายการใช้ชีวิต รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนหันมาสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองนอนหลับสบาย มีสุขภาพแข็งแรง หรือการหลุดพ้นจากความเครียดเมื่อเราเรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองให้ดีแล้ว เราก็จะสามารถดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดและภาระหน้าที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.ดื่มน้ำให้พอเพียง พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง 3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง...