วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ เพื่อนร่วมงาน ทัศนคติแย่ เลี่ยงไม่ได้ต้องรับมืออย่างไร ?

เพื่อนร่วมงาน ทัศนคติแย่ เลี่ยงไม่ได้ต้องรับมืออย่างไร ?

วิธีรับมือ เพื่อนร่วมงาน “ทัศนคติแย่” เลี่ยงไม่ได้ต้องรับมือให้เป็น 

วิธีรับมือ เพื่อนร่วมงาน “ทัศนคติแย่”

วิธีรับมือ เพื่อนร่วมงาน “ทัศนคติแย่” เลี่ยงไม่ได้ต้องรับมือให้เป็นความฉลาดทางอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานกับผู้อื่นเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หากเพื่อนร่วมงานที่ต้องพบเจอกันทุกวัน เป็นคนที่มีทัศนคติลบ ๆ จนสร้างความรำคาญใจ และกลายเป็นตัวปัญหาในที่ทำงาน ก็จำเป็นต้องรับมือให้เป็น เพื่อไม่ให้บุคคลที่เป็น Toxic People เหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น

กำหนดขอบเขตให้กับตนเอง
ในทีทำงานเราสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ใกล้ใคร เพราะการแวดล้อมด้วยคนที่มีทัศนคติลบ ๆ จะส่งผลให้ต่อความคิดหรือทัศนคติของเราได้ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ต้องมีขอบเขตที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมงานที่มีทัศนคติลบ ๆ มามีอิทธิพลต่อจิตใจของเรา

มีใจเมตตากับเพื่อนร่วมงาน
ควรหมั่นฝึกฝนตนเองให้มีความฉลาดทางอารมณ์ จะทำให้เรารับมือกับเพื่อนร่วมงานที่มองโลกในแง่ลบได้อย่างมีสติมากขึ้น ซึ่งการมีใจเมตตา  หยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับพวกเขา อาจช่วยให้คนเหล่านี้มีความรู้สึกที่มั่นคงในการทำงานมากขึ้น และทำให้พวกเขาเริ่มมองโลกในแง่ดีโดยไม่รู้ตัว

เปลี่ยนหัวข้อการสนทนา
หากคุณสามารถจับสังเกตได้ว่าการสนทนากับเพื่อนร่วมงานกำลังจะเข้าประเด็นที่เป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ เช่น การติฉินนินทาเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย ให้พยายามเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาไปเป็นเรื่องอื่นแทน เพื่อไม่ให้ดึงเรื่องเหล่านั้นมาเป็นประเด็นในการพูดคุย

ปรึกษาหัวหน้างาน
เมื่อทัศนคติเชิงลบ ๆ ของเพื่อนร่วมงานส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการทำงาน ก็อาจต้องปรึกษากับหัวหน้างาน เพื่อแจ้งข้อมูลให้ทราบว่าเพื่อนร่วมงานคนนี้กำลังสร้างปัญหาให้กับทีม เนื่องด้วยทัศนคติลบ ๆ เฉพาะบุคคล แต่ต้องพูดด้วยใจที่เป็นกลางด้วยเช่นกัน

ปรับ Mindset ของตนเอง
ปรับความคิดของตัวเอง หรือ การปรับ Mindset ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเพื่อนร่วมงานพูดแต่เรื่องลบ ๆ หรือต้องอยู่ในบรรยากาศที่อึดอัดอยู่ตลอดเวลา ให้เตือนตัวเองว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อการทำงานของเรา แค่มุ่งมั่นทำงานของตัวเองก็พอ และพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมสังคมเดียวกับคนเหล่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง : thriveglobal.com

ติดตามอัพเดทข่าวสารและข้อมูลดีๆอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>> Yourhowto

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว

การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว คำว่า “สุขภาพดี” ในแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะสังคม หรือรูปแบบของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีอย่างน้อยจะต้องหมายถึง ความสมบูรณ์ของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเกิดได้เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ไม่ใช่เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนในการดูแลสุขภาพล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดี ดังนี้ -สามารถที่จะกำหนดวิธีการหรือเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเองหรือบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -สามารถที่จะกำหนดช่วงเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมีกิจกรรมการออกกำลังกายในช่วงเช้า หรือ ในบางครอบครัวอาจจะมีเวลาว่างในช่วงเย็น ก็อาจจะกำหนดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในช่วงเย็นก็ได้ หรืออาจจะ กำหนดช่วงเวลาในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว...

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่

การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่ เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น  ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้ การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย  อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์ บรรเทาอาการ  การบรรเทาอาการ คือ...

7 เคล็ดลับง่ายๆ วิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีและแข็งแรง

ในปีนี้หลายคนตั้งเป้าหมายการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การเรื่องงาน เป้าหมายการใช้ชีวิต รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนหันมาสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองนอนหลับสบาย มีสุขภาพแข็งแรง หรือการหลุดพ้นจากความเครียดเมื่อเราเรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองให้ดีแล้ว เราก็จะสามารถดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดและภาระหน้าที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.ดื่มน้ำให้พอเพียง พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง 3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง...

Recent Comments