วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 6, 2023
หน้าแรก สุขภาพ วิธีดูเเลสายตาลูก หลังจากเล่นโทรศัพท์นานๆ

วิธีดูเเลสายตาลูก หลังจากเล่นโทรศัพท์นานๆ

วิธีดูเเลสายตาลูก รพ.เมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) ห่วงใยสายตาลูกน้อย จากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ตโฟน ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

วิธีดูเเลสายตาลูก

วิธีดูเเลสายตาลูก นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ตโฟน เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น หลายคนอาจเคยประสบปัญหาในอาการเหล่านี้ เช่น ทำให้ปวดเมื่อยตา ตาแห้ง  ตาล้า แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัว โฟกัสได้ช้าลง  ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ หรือบางครั้งมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ หรือปวดต้นคอร่วมด้วย และส่งผลต่อการนอนหลับได้ หากมีอาการที่กล่าวข้างต้นร่วมกับการใช้งานจากหน้าจอติดต่อกันเป็นเวลานานในแต่ละวัน และหากแบ่งเวลาการทำงานหรือเวลาเรียนออนไลน์ไม่เหมาะสม ก็จะส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะดวงตาที่ต้องรับภาระจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจอมือถือเป็นเวลานานๆ จึงอาจเป็นปัญหาต่อดวงตาที่พบจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดตา ตาแห้ง เคืองตา ตามัว หากเกิดอาการเหล่านี้ ควรพบจักษุแพทย์

นายแพทย์อภิชัย  สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มว่า เด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญ จากการที่สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ใช้งานไม่ยาก มีซอฟต์แวร์น่าใช้ ดึงดูดสายตาเด็ก นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังนิยมใช้เป็นสื่อหนึ่งในการเพิ่มทักษะต่าง ๆ ให้แก่เด็กหรือเพื่อให้เด็กไม่รบกวนโดยอาจขาดความรู้เท่าถึงต่อโทษที่จะตามมาโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพตา พบว่าเด็กมักใช้เวลาวันละประมาณ 7 ชั่วโมงไปกับสื่อเอนเตอร์เทน อีกด้านของสติปัญญาการพัฒนาทางอารมณ์และสังคม พบว่า การใช้สื่อต่าง ๆ เป็นเวลานาน ส่งผลต่อความตั้งใจเรียนที่โรงเรียนลดลง พฤติกรรมการกิน การนอนผิดไป และเกิดโรคอ้วนตามมา ปัญหาทางตาที่พบจากการใช้สื่ออุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดตา ตาแห้ง เคืองตา ตามัวและเสี่ยงสายตาสั้นก่อนเวลาอันควร  

วิธีดูเเลสายตาลูก

แพทย์หญิงพันธราภรณ์  ตั้งธรรมรักษ์ จักษุแพทย์ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ยังมีแสงสีฟ้าที่เป็นแสงที่พบได้จากแสงแดด มือถือ แท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ แสงสีฟ้ามีความกระเจิงแสงทำให้เกิดความไม่สบายตาในการมองและมีผลต่อการนอนหลับยากขึ้น ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่า แสงสีฟ้าก่อโรคต่อดวงตาชัดเจน เพราะฉะนั้นแว่นตาตัดแสงสีฟ้าอาจจะมีประโยชน์ในแง่ช่วยให้มองภาพสบายตามากขึ้น มีคำถามว่าลูกน้อยควรใช้เวลาหน้าจอเท่าไหร่ต่อวัน จักษุแพทย์แนะว่าหากเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ไม่ควรใช้เวลาหน้าจอเลย ส่วนเด็กอายุ 1-2 ปีใช้เวลาหน้าจอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และในช่วงอายุ 3-4 ปีใช้เวลาหน้าจอไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน และในช่วงมากกว่า 5-13 ปี ใช้เวลาหน้าจอไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง ต่อวัน

มีคำแนะนำในการดูแลลูกน้อยในขณะใช้หน้าจอ 1. ควรพักสายตาเมื่อลูกน้อยใช้หน้าจอ โดยใช้หลัก 20-20-20 โดยพักจากหน้าจอทุก 20 นาที พักสายตาโดยมองวัตถุที่ไกลออกไปประมาณ20 ฟุต และพักเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที  2. ปรับแสงสว่างให้เพียงพอ วางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ห่างประมาณ 25 นิ้ว ปรับหน้าจอความเข้ม ความสว่างให้พอดี  3. การใช้น้ำตาเทียม อาจมีประโยชน์สำหรับกรณีมีอาการตาแห้งร่วมด้วย และ 4. ควรพบจักษุแพทย์ หากลูกน้อยมีอาการกระพริบตาบ่อย มองภาพไม่ชัด มีตาเข ปวดศีรษะ

ทั้งนี้ เพื่อสุขภาพกายที่ดี ลดความเสี่ยงสายตาสั้น และเพื่อให้เกิดการพัฒนาของสติปัญญา ทางจิตใจ อารมณ์ และสังคมแนะนำให้เด็ก ๆ มีกิจกรรมกลางแจ้งหรืออ่านหนังสือ และที่สำคัญสมองเด็กมีพัฒนาการที่เร็วมากในช่วงอายุ 2-3 ขวบปีแรก จึงควรให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ดีกว่าจอคอมพิวเตอร์ วิธีสังเกตถ้าเด็กมีอาการเช่นเด็กอาจจะบ่นปวดตา หรือแสบตา ตาแดง กระพริบตาบ่อย หรือเอามือขยี้ตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : yourhowto

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

เทคนิคสร้างความสวย เกี่ยวกับผู้หญิงๆ ด้วยการ ทาน คอลาเจน 

  คอลลาเจน คืออะไร?  คอลลาเจน คือ เส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน เส้นผมและข้อกระดูกของร่างกาย โดยปกติแล้วร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่เมื่อเริ่มแก่ตัวก็จะผลิตได้น้อยลง ทำให้มีการคิดค้นคอลลาเจนที่เป็นสารสกัดจากปลาทะเลน้ำลึกมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับบำรุงผิวและกระดูก ซึ่งประโยชน์หลักๆ ของคอลลาเจน ที่มีก็คือช่วยในเรื่องของการเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวหย่อนคล้อยตามวัยช้าลง ใครที่มีอายุเข้าเลข 2 ก็เริ่มที่จะหันมาดูแลตัวเองด้วยการทานคอลาเจนกันทั้งนั้นเพราะว่ายิ่งอายุมากขึ้นคอลาเจนในร่างกายก็เริ่มจะลดลงไปตามวัย จึงต้องทานคอลาเจนเพื่อ รักษาความชุ่มชื้นในผิว ลดเลือนริ้วรอย ชะลอวัย รวมไปถึงฝ้า จุดด่างดำ และยัง ลดกระบวนการสลายแคลเซียมในกระดูก...

ค่านิยมของการเลี้ยงดู บทบาทของผู้หญิง

ค่านิยมของการเลี้ยงดู บทบาทของผู้หญิง ในสังคมส่วนใหญ่ ผู้หญิงมักถูกมองว่าเป็นผู้เลี้ยงดู เป็นที่คาดหวังว่าผู้หญิงจะดูแลเด็ก คนป่วย และคนชรา ผู้หญิงช่วยให้ผู้อื่นเติบโต ทำให้พวกเขากลับมามีสุขภาพที่ดี ตอบสนองต่อความต้องการและให้การสนับสนุน ผู้หญิงคาดว่าจะได้รับการเลี้ยงดูเช่นกัน ผู้หญิงไม่ได้เลือกเป็นผู้เลี้ยงดูมากกว่าที่ผู้ชายเลือกที่จะเป็นผู้ผลิต บทบาททางเพศเหล่านี้ขึ้นอยู่กับค่านิยมและความคาดหวังของสังคม เด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลโดยผู้หญิง ในครอบครัว มารดามักจะเป็นผู้ดูแลหลัก พี่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ครูอนุบาลและประถมน่าจะเป็นผู้หญิง พยาบาลส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ในประเทศส่วนใหญ่ ยังคงมีแพทย์ชายมากกว่าแพทย์หญิง แม้ว่าในบางประเทศแพทย์หญิงมีจำนวนมากกว่าแพทย์ชายก็ตาม   ผู้หญิงผิวสีเป็นผู้เลี้ยงดู เป็นที่น่าสังเกตว่าในหลายสังคม ผู้หญิงผิวสีส่วนใหญ่มีหน้าที่เลี้ยงดู ผู้หญิงเหล่านี้เลี้ยงดูลูกคนป่วยและผู้สูงอายุของคนอื่น รวมทั้งทำหน้าที่ในบ้าน...

How to การเป็นผู้หญิงท็อปฟอร์ม ที่ไม่ว่าอะไรก็จะมาทำร้ายพวกเธอเหล่านี้ไม่ได้ 

  How to การเป็นผู้หญิงท็อปฟอร์ม ที่ไม่ว่าอะไรก็จะมาทำร้ายพวกเธอเหล่านี้ไม่ได้  เนื่องจากว่าพวกเธอเหล่านี้เป็นผู้หญิงที่รัก และดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก แล้วคุณล่ะ? เป็นผู้หญิงท็อปฟอร์ม แล้วหรือยัง? ถ้าอยากเป็นผู้หญิงท็อปฟอร์ม วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงท็อปฟอร์มให้กับคุณ    บอกเล่าเรื่องราวการเป็นผู้หญิงท็อปฟอร์ม ที่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างดี พร้อมกับการรักตัวเองอย่างแท้จริง เรียกว่าในยุคปัจจุบันนี้ การมีสิทธิของมนุษย์นั้นมีความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ผู้หญิงก็สามารถที่จะเป็นผู้นำได้เช่นเดียวกันดังนั้น ถึงเวลาแล้วถ้าหากว่าคุณอยากเป็นผู้หญิงท็อปฟอร์ม คุณนั้นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรื่องราวต่างๆ ก็ยอมรับฟังเสียงหัวใจของตัวเองซะบ้าง ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของการแต่งกาย หรือหน้าตาสะสวย เท่านั้น แต่สังคมในยุคปัจจุบันจะต้อง เป็นคนที่มีกำลังใจดี...

9 สิ่งที่ผู้หญิงต้องการในความสัมพันธ์สมัยใหม่

9 สิ่งที่ผู้หญิงต้องการในความสัมพันธ์สมัยใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปที่จะแยกแยะว่าคนที่นั่งตรงข้ามคุณต้องการอะไรในความสัมพันธ์ แน่นอนว่าคุณสามารถถามผู้หญิงที่คุณกำลังคบหาอยู่ได้เสมอว่าต้องการอะไร (ซึ่งจริง ๆ แล้วคุณควรถาม) เพื่อให้คนที่อยากรู้อยากเห็นได้เห็นว่าผู้หญิงต้องการอะไรจากผู้ชายจริง ๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพียงจำไว้ว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกัน หากคุณต้องการสนองความต้องการของผู้หญิงในชีวิตของคุณจริง ๆ (หรือผู้หญิงที่คุณอยากมีในชีวิต) คุณต้องใช้เวลา ความพยายาม และความไว้วางใจ   9 สิ่งที่ผู้หญิงต้องการในความสัมพันธ์สมัยใหม่   เป็นผู้ฟังที่เข้าใจได้ง่ายและมีความเห็นอกเห็นใจ นี่เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับคุณลักษณะเชิงบวกหลายประการที่คุณจะเห็นในรายการนี้ เหตุผลง่ายมาก หากคุณต้องการรู้ว่าคู่ของคุณต้องการอะไร คุณต้องฟังพวกเขา ในทางทฤษฎี การเป็นผู้ฟังที่เข้าใจได้ง่ายและเห็นอกเห็นใจนั้นฟังดูดี...

Recent Comments