วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก สุขภาพ ลดน้ำหนัก ต้องระวัง 7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำหุ่นพังไม่รู้ตัว

ลดน้ำหนัก ต้องระวัง 7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำหุ่นพังไม่รู้ตัว

7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำให้คน ลดน้ำหนัก หุ่นพังไม่รู้ตัว

7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำให้คน ลดน้ำหนัก

สวัสดีค่ะวันนี้ Yourhowto มาสายสุขภาพนะคะ วันนี้เรามาเลือกผลไม้แนะนำสำหรับ คนที่ต้องการลดน้ำหนักกันค่ะ 7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำให้คน ลดน้ำหนัก หุ่นพังไม่รู้ตัว แม้ว่าผลไม้จะให้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างมาก และยังเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพด้วยนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผลไม้บางชนิดก็ไม่เหมาะสำหรับการทานในช่วงที่สาวๆ กำลังลดน้ำหนัก เพราะผลไม้บางชนิดก็ให้ปริมาณแคลอรีสูงมากนั่นเอง มาดู 7 ผลไม้ที่ควรเลี่ยงทานในช่วงลดน้ำหนักกันดีกว่านะคะสาวๆ เพราะผลไม้เหล่านี้มีปริมาณแคลอรีที่เกินร้อย หากกินบ่อยๆ รับรองน้ำหนักไม่ลด แถมมีแต่จะอ้วนขึ้นก็เป็นได้

1.ทุเรียน 357 แคลอรี
ผลไม้ชนิดนี้เป็นที่รู้กันดีว่าให้แคลอรีแก่ร่างกายสูงมากๆ เพราะให้ถึง 357 แคลอรีนั่นเอง รู้อย่างนี้แล้วสาวๆ คงจะตกใจกับการทานทุเรียนที่ผ่านๆ มา ถือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมการกินทุกเรียนจึงทำให้น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ

2.มะขามสุก 287 แคลอรี
ถึงแม้มะขามจะเป็นผลไม้ขนาดเล็กและให้รสชาติที่เปรี้ยวอมหวานอร่อย พร้อมทั้งสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินบี ไฟเบอร์ และแร่ธาตุ แต่มะขามสุก 1 ฝัก มีปริมาณแคลอรีที่สูงถึง 287 เลยทีเดียว จึงไม่เหมาะสำหรับการทานในช่วงที่กำลังลดน้ำหนักอย่างมาก

7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำให้คน ลดน้ำหนัก

3.น้อยหน่า 235 แคลอรี
ผลไม้ที่กินยากอย่างน้อยหน่า มีปริมาณแคลอรีที่สูงมาก ซึ่งน้อยหน่า 1 ลูก ให้ปริมาณ 235 แคลอรีกันเลยทีเดียว ดังนั้นใครที่กำลังลดน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงการทานผลไม้ชนิดนี้ ถึงแม้ว่าน้อยหน่าจะให้สารอาหารอื่นๆ ทั้งวิตามิน แมกนีเซียม ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระก็ตาม เพราะในช่วงลดน้ำหนัก ร่างกายไม่ควรได้รับปริมาณแคลอรีที่สูงเกินไป

4.มะพร้าว 159 แคลอรี
ถึงแม้ว่าน้ำมะพร้าวจะมีความสามารถในการชำระล้างระบบย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ให้ปริมาณ 156 แคลอรี ต่อมะพร้าว 1 ลูกเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักดื่มน้ำมะพร้าว แต่ควรดื่มน้ำเปล่าทดแทนจะดีที่สุด

5.มะม่วงสุก 156 แคลอรี
มะม่วงสุก 1 ลูก ให้ประมาณ 156 แคลอรี โดยมีปริมาณน้ำตาลที่สูง หากสามารถหลีกเลี่ยงในช่วงลดน้ำหนักได้ ก็จะส่งผลดีต่อหุ่นของสาวๆ อย่างมากเลยล่ะ

7 ผลไม้แคลอรีสูง ที่อาจทำให้คน ลดน้ำหนัก

6.กล้วยหอม 120 แคลอรี
กล้วยหอม 1 ลูก ร่างกายจะได้รับประมาณ 120 แคลอรี และยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ร่างกายควรได้รับ แถมยังเป็นผลไม้ที่ดูดซึมได้ดี ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอิ่มท้องนาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปริมาณแคลอรีของผลไม้ชนิดนี้ก็สูงใช้ได้เลยทีเดียว

7.มะละกอสุก 119 แคลอรี
มะละกอสุก 1 ลูก ให้แคลอรีแก่ร่างกายประมาณ 119 แคลอรี หากสาวๆ ทานผลไม้ชนิดนี้ในปริมาณที่มาก ย่อมส่งผลต่อน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นไปด้วย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามะละกอสุกก็ให้วิตามินซีแก่ร่างกายสูงมากเช่นกัน

สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการลดน้ำหนัก หากชื่นชอบการทานผลไม้อยู่แต่เดิมแล้ว แนะนำให้เลือกทานผลไม้ที่ให้ปริมาณแคลอรีต่ำ ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงการทานผลไม้ทั้ง 7 ชนิดที่เราได้แนะนำไปข้างต้นก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักด้วยนั่นเองค่ะ

ติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารและสาระดีๆเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่ >>> Yourhowto

ขอบคุณข้อมูลจาก >> Sanook

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว

การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว คำว่า “สุขภาพดี” ในแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะสังคม หรือรูปแบบของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีอย่างน้อยจะต้องหมายถึง ความสมบูรณ์ของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเกิดได้เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ไม่ใช่เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนในการดูแลสุขภาพล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดี ดังนี้ -สามารถที่จะกำหนดวิธีการหรือเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเองหรือบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -สามารถที่จะกำหนดช่วงเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมีกิจกรรมการออกกำลังกายในช่วงเช้า หรือ ในบางครอบครัวอาจจะมีเวลาว่างในช่วงเย็น ก็อาจจะกำหนดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในช่วงเย็นก็ได้ หรืออาจจะ กำหนดช่วงเวลาในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว...

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่

การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่ เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น  ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้ การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย  อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์ บรรเทาอาการ  การบรรเทาอาการ คือ...

7 เคล็ดลับง่ายๆ วิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีและแข็งแรง

ในปีนี้หลายคนตั้งเป้าหมายการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การเรื่องงาน เป้าหมายการใช้ชีวิต รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนหันมาสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองนอนหลับสบาย มีสุขภาพแข็งแรง หรือการหลุดพ้นจากความเครียดเมื่อเราเรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองให้ดีแล้ว เราก็จะสามารถดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดและภาระหน้าที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.ดื่มน้ำให้พอเพียง พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง 3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง...

Recent Comments