วันพุธ, กุมภาพันธ์ 24, 2021
หน้าแรก ความงาม HOW TO รอยคล้ำใต้ตา บอกลาถาวร

HOW TO รอยคล้ำใต้ตา บอกลาถาวร

5 วิธีบอกลา รอยคล้ำใต้ตา ที่คนนอนดึกไม่ควรพลาด

ในแต่ละวันไม่ว่าจะทำงานลากยาว ปาร์ตี้ติดลม ซีรีส์ก็ต้องตาม กว่าหัวจะถึงหมอนก็เกือบสว่าง รู้หรือไม่? ว่าผลลัพธ์ที่จะตามมาหลอกหลอน จากผลของการนอนดึก ก็คือขอบตาดำ หรือ รอยคล้ำใต้ตา ให้เป็นรอยจารึกไปอีกนาน

รอยคล้ำใต้ตา
ภาพจาก BeBeautiful

วันนี้ yourhowto นำ 5 วิธีที่จะช่วยลดรอยคล้ำใต้ตา ที่เห็นผลชัดเจนมาฝากสาวๆ กันค่ะ

พอกดวงตาด้วยแตงกวา

วิธีเบสิคที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ก็คือการนำแตงกวามาหั่นเป็นแว่น แล้วนำมาวางหรือพอกบริเวณดวงตานั่นเอง แนะนำว่าควรนำแตงกวาแช่เย็นไว้สักพัก แล้วค่อยนำมาวางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง พักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หมั่นทำทุกตอนเย็นหรือก่อนเข้านอน สารอาหารต่างๆ ในแตงกวา ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีหรือสารต้านอนุมูลอิสระ ล้วนช่วยทำหน้าที่ลดรอยดำใต้ดวงตาได้เป็นอย่างดี

ใช้ช้อนแช่เย็นประคบผิวรอบดวงตา

หลังจากผ่านการทำงานอันหนักหน่วงมาทั้งวัน ดวงตาก็เริ่มอ่อนล้า แนะนำให้เอาช้อนสะอาดแช่ไว้ในตู้เย็นทุกคือก่อนเข้านอน เพื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เราจะสามารถเอาช้อนที่แช่เย็นไว้นั้น มาประคบผิวรอบดวงตาได้เลย วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายมากๆ และยังช่วยลดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้ไม่แพ้การใช้ถุงชาเลย

พอกดวงตาด้วยถุงชา

หลายคนที่ชื่นชอบการดื่มชาเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว หลังจากชงชาอย่าเพิ่งรีบทิ้งถุงชาลงถังซะก่อน แนะนำให้เอาถุงชาที่ผ่านการชงแล้ว และยังมีความอุ่นอยู่ มาประคบผิวบริเวณใต้ตาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น หมั่นทำเป็นประจำ หรือทำสัปดาห์ละครั้ง ก็จะช่วยให้รอยคล้ำจางลงได้

ดื่มน้ำมะเขือเทศทุกเช้า

การดื่มน้ำมะเขือเทศคั้นสด หรือหากใครไม่ชอบมะเขือเทศเอาซะเลย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำแครอทได้เช่นกัน เพราะเครื่องดื่มทั้งสองชนิดนี้มีสารแคโรทีนที่จะช่วยขจัดความเมื่อยล้าบริเวณดวงตาได้เป็นอย่างดี

บำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำ

ก่อนแต่งหน้าในทุกเช้า หรือก่อนเข้านอน ไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงผิวรอบดวงตาเด็ดขาด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบำรุงผิวรอบดวงตามีให้เลือกมากมาย ณ ปัจจุบัน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความมั่นใจในความปลอดภัยต่อผิวบริเวณดวงตา และสำคัญที่สุดคือควรทาเป็นประจำสม่ำเสมอทุกวันนั่นเอง

แต่ละวิธีเราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งทุกการบำรุงไม่ว่าจะเป็นจุดไหนของร่างกายย่อมต้องใช้เวลา อาศัยการมีวินัยในการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนนั่นเองค่ะ

ข้อมูลอ้างอิงจาก | hellokhunmor

ชวนสายสุขภาพทำขนมทานเล่นแหล่งพลังงานชั้นดี เอนเนอจีบอล Energy balls

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพเบื้องต้น สิ่งที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ

บางครั้งเรารู้สึกไม่สบาย เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เบื่ออาหาร หรือคัดจมูก แต่แล้วไม่นานนัก เราก็รู้สึกสบายขึ้นกลับเป็นปกติ นั่นเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วร่างกายของเราสามารถเอาชนะความเจ็บป่วยเล็กๆ ด้วยตนเองได้ เสมือนกับเป็นพระเอกแสนเก่งในภาพยนตร์ โดยร่างกายของเราจะพยายามป้องกันตัวเองจากศัตรูผู้บุกรุกที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายได้ในขณะที่ร่างกายต่อสู้กับความเจ็บป่วย อาการเจ็บป่วยของเรา ซึ่งอาจหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา เป็นผลมาจากชัยชนะในการรบของร่างกายกับศัตรู ทำให้เราสบายขึ้นได้ เราสามารถช่วยพระเอกคนเก่งในร่างกายของเราได้ โดยใช้วิธีง่ายๆ ในการดูแลรักษาตนเอง ซึ่งทำได้ที่บ้านหรือการใช้ยาสามัญประจำบ้านและการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตตามข้อแนะนำต่างๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ รู้ว่าควรรักษาตัวเองเมื่อใด มนุษย์เราได้พยายามรักษาอาการเจ็บปวดเล็กๆน้อยๆตัวเราเองมานานนับศตวรรษแล้ว แม้ว่าการดูแลรักษาตนเองจะเป็นวิธีทางการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์เรา แต่ส่วนใหญ่แล้ววิธีการรักษามักเป็นทางไสยศาสตร์หรือเรื่องเล่าต่อกันมา โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถเข้าใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้ดีขึ้น...

การดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุควรจะดูแลตนเองอย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักดูแลสุขภาพเบื้องต้นเป็นอย่างดี ก็จะสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ การดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ มีดังนี้ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผู้สูงอายุควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยควบคุมปริมาณในแต่ละหมู่ให้เหมาะสม คือ เน้นโปรตีน และผักผลไม้มากขึ้น แต่ควรลดอาหารพวกแป้งและไขมันลงและควรดื่มน้ำให้มากในแต่ละวัน ยกเว้นผู้ป่วยที่ต้องจำกัดน้ำ ก็ให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้วนั้น ควรเสริมแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น แคลเซียม และสังกะสี เป็นต้น...

ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 9 ข้อ

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารที่เพียงพอในหนึ่งวัน 2. รับประทานข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ หรือเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาวเพื่อคุณค่าและใยอาหารมากกว่า 3. กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้ 4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพราะปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่าย ส่วนถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เช่นกัน 5. ดื่มนมเพื่อเสริมสร้างแคลเซียม 6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ลดอาหารประเภททอด ผัด หรือแกงกะทิ 7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด หวานจัด...

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอผู้อ่านทุกท่าน การมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยรุมเร้า ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ดังนั้น เพื่อให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลโรคนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ เริ่มต้นกลับมาดูแลร่างกายด้วยตัวเราเอง ด้วยการออกกำลังกาย ผสานไปกับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย เริ่มจาก 1.ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารและพลังงานส่วนเกินได้ดี 2.เลือกเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือหลังเลิกงาน 3.ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ปล่อยวางเรื่องที่ไม่สบายใจ หรือทำให้เครียด เพื่อให้ออกกำลังกายอย่างมีความสุข 4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สิ่งสำคัญเราต้องรู้จักรับประทานอาหาร ซึ่งมีข้อมูลจากกรมอนามัย...

Recent Comments