วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก สุขภาพ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ความอร่อยที่มาพร้อมความเสี่ยง

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ความอร่อยที่มาพร้อมความเสี่ยง

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากทานเยอะ เสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไรได้บ้าง?

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมนูสะดวกทาน ที่คนไทยนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยราคาถูก สะดวก อร่อย และมีหลากหลายรสชาติให้เลือก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจัดอยู่ในกลุ่มของอาหารแปรรูป (Processed Food) ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาหารประเภทนี้มักผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อยืดอายุของอาหาร และยังมีการปรุงแต่งรสชาติ จึงทำให้มีปริมาณผงปรุงรสที่สูงกว่าอาหารทั่วไป หากบริโภคบ่อยเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคบางชนิดได้

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีส่วนประกอบหลักแค่เส้นบะหมี่และผงปรุงรส จึงทำให้มีแคลอรี่ต่ำ แต่ในขณะเดียวกันสารอาหารอื่นๆ ที่ร่างกายควรได้รับก็ลดน้อยลงไปด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจึงควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้น วิธีการรับประทานให้เกิดประโยชน์ และไม่เป็นภัยต่อร่างกาย

การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาพร้อมความเสี่ยงอย่างไร?

เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง
ผงปรุงรสที่มาในอาหารสำเร็จรูปมักจะมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบหลัก แม้ว่าโซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่โดยปกติร่างกายจะได้รับโซเดียมอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารทั่วไปอยู่แล้ว

โดยในเด็กที่อายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบางยี่ห้ออาจมีโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภคสูงถึง 1,200-2,400 มิลลิกรัม ซึ่งอาจเทียบเท่าปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับในหนึ่งวัน ส่งผลให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินความจำเป็น

การได้รับโซเดียมในปริมาณมากอาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงได้ เป็นเหตุให้นำไปสู่โรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต เป็นต้น ดังนั้น การบริโภคอาหารชนิดนี้บ่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดโรคเหล่านี้ตามมาได้

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ภาพจาก The Irish Times

ภาวะทุพโภชนา
เป็นภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารบางชนิด หรือได้รับในปริมาณน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีสารอาหารหลักเพียง 3 ชนิด คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโซเดียม การรับประทานบ่อยครั้งอาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร 3 ชนิดมากเกิดปริมาณที่ร่างกายต้องการ ในขณะเดียวกันก็ทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นชนิดอื่นๆ ไปด้วย

จากผลการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่ง ในผู้ที่รับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำพบว่า สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี 3 วิตามินซี วิตามินดี รวมไปถึงแร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กที่ล้วนแล้วแต่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย

ดังนั้น หากรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนอาหารมื้อปกติเป็นประจำอาจส่งผลให้สารอาหารภายในร่างกายไม่สมดุลและเกิดภาวะทุพโภชนาในที่สุด ท้ายที่สุดอาจเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังตามมา

ภาวะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
แม้ว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ แต่ในเส้นบะหมี่ก็มีส่วนประกอบของแป้งข้าวสาลี น้ำมันปาล์มที่เป็นไขมันอิ่มตัว และน้ำมันปรุงรส การบริโภคอาหารชนิดนี้อาจให้พลังงานมากกว่าข้าวสวยในปริมาณเดียวกัน จึงส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย

จากรายงานผลการศึกษาวิจัยพบว่าการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำ จะส่งผลต่อการเพิ่มระดับของไขมันในเลือด ก่อให้เกิดภาวะไม่ทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส (Glucose Intolerence) โดยเฉพาะผู้ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) และโรคเบาหวาน เป็นต้น

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ภาพจาก Live Science

การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อย่างปลอดภัย

  • สังเกตุอ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์ให้ละเอียด เพราะรายละเอียดบนฉลากจะบอกถึงปริมาณของสารอาหารที่ได้รับ และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ ไขมันต่ำ พร้อมทั้งดูปริมาณสารอาหารชนิดอื่นที่จำเป็นต่อร่างกายประกอบด้วย
  • ไม่ควรรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ่อยจนเกินไป หากอดใจไม่ไหวก็ควรคำนวณปริมาณโซเดียมของมื้ออื่นให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันด้วยเช่นกัน
  • เพิ่มคุณค่าทางสารอาหารลงในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อย่างเช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เนื้อปลา ไข่ ผัก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเติมอาหารแปรรูปอื่นๆ อย่างไส้กรอก แฮม หรือเนื้อสัตว์แปรรูปชนิดอื่นๆ เพราะเนื้อสัตว์แปรรูปมักมีปริมาณโซเดียมสูงไม่ต่างจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • หลีกเลี่ยงการทานน้ำซุป เพื่อจำกัดการได้รับโซเดียม

ส่วนในประเด็นของความเชื่อที่ว่าผงชูรส หรือสารโมโนโซเดียมกลูตาเมท (MSG) ที่เป็นโซเดียมรูปแบบหนึ่งในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น สามารถทำให้ผมร่วงได้ ความเชื่อนี้ไม่เป็นจริง เพราะในปัจจุบันยังไม่มีการทดลอง และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ชัดว่าสารนี้สามารถทำให้ผมร่วงได้

อย่างไรก็ดีการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นครั้งคราวนั้นไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ โดยเฉพาะผู้บริโภคในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคประจำตัว

อ้างอิงจาก | POBPAD

เพิ่มออร่าผิวโกลว์ บำรุงจากภายในสู่ภายนอก ด้วย 10 อาหาร ผิวสุขภาพดี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว

การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว คำว่า “สุขภาพดี” ในแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะสังคม หรือรูปแบบของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีอย่างน้อยจะต้องหมายถึง ความสมบูรณ์ของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเกิดได้เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ไม่ใช่เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนในการดูแลสุขภาพล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดี ดังนี้ -สามารถที่จะกำหนดวิธีการหรือเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเองหรือบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -สามารถที่จะกำหนดช่วงเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมีกิจกรรมการออกกำลังกายในช่วงเช้า หรือ ในบางครอบครัวอาจจะมีเวลาว่างในช่วงเย็น ก็อาจจะกำหนดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในช่วงเย็นก็ได้ หรืออาจจะ กำหนดช่วงเวลาในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว...

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่

การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่ เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น  ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้ การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย  อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์ บรรเทาอาการ  การบรรเทาอาการ คือ...

7 เคล็ดลับง่ายๆ วิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีและแข็งแรง

ในปีนี้หลายคนตั้งเป้าหมายการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การเรื่องงาน เป้าหมายการใช้ชีวิต รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนหันมาสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองนอนหลับสบาย มีสุขภาพแข็งแรง หรือการหลุดพ้นจากความเครียดเมื่อเราเรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองให้ดีแล้ว เราก็จะสามารถดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดและภาระหน้าที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.ดื่มน้ำให้พอเพียง พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง 3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง...

Recent Comments