วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 28, 2021
หน้าแรก ความรัก ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

อยู่ดีๆ ก็หายไลน์ไม่ตอบ… ทำความรู้จักกับ ความสัมพันธ์แบบ ‘Ghosting Relationship’

เมื่อความสัมพันธ์ของคุณและเขากำลังไปได้สวย คุยกันถูกคอ เขาเองก็ไม่มีท่าทีและวี่แววว่าจะไม่ชอบอะไร แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่เขาบอกว่าขอเวลาไปทำธุระ เขาก็หายไปเลย ไม่เคยตอบแชทกลับมาอีก คุยกันอยู่ดีๆ ก็หายเฉย! เหตุการณ์แบบนี้เรียกว่า ความสัมพันธ์แบบโกสติง Ghosting Relationship เรามาทำความรู้จัก และรู้ทันความสัมพันธ์แบบโกสติงกันดีกว่า ว่ามันคืออะไรกันนะ?

ความหมายของ ความสัมพันธ์แบบโกสติง

ความสัมพันธ์แบบโกสติง จะเกิดขึ้นเมื่อใครสักคนที่อยู่ๆ ก็หายไปจากความสัมพันธ์ โดยไม่บอกไม่กล่าว ไม่มีสัญญาณบอกลา แม้ว่าคุณจะพยายามโทรกลับ หรือกระหน่ำส่งข้อความ คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียงความเงียบ ความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ถูกเรียกว่า ‘Ghost’ ที่แปลตรงๆ ว่า ‘ผี’ เพราะใครบางคนนั้นหายไปในอากาศราวกับว่าเป็นผีนั่นเอง จากผลการศึกษาเรื่องนี้พบว่า มีคนประมาณร้อยละ 25 เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง

ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

สาเหตุของความสัมพันธ์แบบโกสติง

เหตุผลมากมายที่ใช้ในการหายไปแบบไม่บอกกล่าว ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์แบบโกสติง

เหตุจากความกลัว
‘ความกลัว’ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะหายไป เพราะรู้สึกกลัวในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการกลัวที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ กลัวความผูกพันธ์ หรือกลัวการเลิกรา ทำให้พวกเขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และหายไปอย่างเงียบๆ

ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
ในบางครั้งความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้น อาจจะกำลังมีผลต่อสภาพจิตใจ สุขภาพร่างกาย ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์นี้ต่อไป และเขาเองก็อาจจะไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง หรือไม่ชอบปฏิกิริยาของความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการเลิกรา ทำให้เลือกที่จะหายไปโดยไม่บอกแทน

เลือกตัดสัมพันธ์ได้ง่าย
ในปัจจุบันการหาคู่ หรือการเริ่มต้นคบหากับคนใหม่ๆ มีช่องทางมากมาย อย่างเช่นการใช้บริการแอปพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร ทำให้เราสามารถพบกับความสัมพันธ์ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น คุณและเขาอาจจะอยู่ในขั้นตอนของการทดลองคุย โดยที่เขาเองก็ยังไม่ได้รู้จักคุณอย่างลึกซึ้ง เมื่อคิดว่าไม่ใช่จึงเลือกจากไปแบบเงียบๆ เพราะคิดว่าคุณกับเขาคงไม่มีโอกาสเจอกันอีก

นึ่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของความสัมพันธ์แบบโกสติง ที่สำคัญเขาเองก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ง่าย โดยที่ไม่ต้องหาเหตุผลการบอกเลิกให้ต้องลำบากใจเลย

ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

มูฟออนอย่างไร? เมื่อเจอความสัมพันธ์แบบโกสติง

เมื่อคุณต้องตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง ซึ่งคุณเป็นฝ่ายถูกเท! วังวนแห่งความเศร้าเสียใจต้องมีอย่างแน่นอน บางครั้งอาจทำให้คุณเกิดอารมณ์มากมาย นอกจากความเศร้า อาจจะรู้สึกสับสน งง ปนสงสัย แม้กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ อาจถึงขั้นทำให้คุณรู้สึกด้อยค่า เหมือนถูกลดคุณค่าลง

กว่าความเจ็บปวดในความสัมพันธ์ลักษณะนี้จะหายไป ก็อาจจะต้องใช้เวลาเป็นตัวรักษาแผลใจ แต่ละคนย่อมมีภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นไปได้ว่าเราอาจจะเจอความสัมพันธ์แบบนี้ซ้ำๆ อีกก็เป็นได้ ในระหว่างนี้ก็ควรหากิจกรรมที่ชอบทำ เพื่อจะได้เบี่ยงเบนความสนใจ ดึงตัวเองออกจากการจมอยู่กับความเจ็บปวด อาจจะเลือกอ่านหนังสือเล่มโปรด ออกกำลังกาย หรือวาดรูปตามแต่ถนัด

จากผลการวิจัยในปี 2010 และ 2011 พบว่าผู้ที่ตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติงนั้น ทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่นเดียวกับการถูกหลอกลวง และการถูกปฏิเสธเลยทีเดียว นอกจากนี้ความสัมพันธ์แบบโกสติงยังส่งผลต่อความนับถือตนเอง และการกลัวความสัมพันธ์ในอนาคตอีกด้วย

การรับมือกับความสูญเสียนั้นไม่ง่ายเลย ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์กับเขาอย่างยาวนานและแนบแน่นก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกเสียใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป คุณก็จะผ่านมันไปได้แบบสวยๆ นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก | hellokhunmor

สาเหตุ และแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กัดเล็บ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพเบื้องต้น สิ่งที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ

บางครั้งเรารู้สึกไม่สบาย เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เบื่ออาหาร หรือคัดจมูก แต่แล้วไม่นานนัก เราก็รู้สึกสบายขึ้นกลับเป็นปกติ นั่นเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วร่างกายของเราสามารถเอาชนะความเจ็บป่วยเล็กๆ ด้วยตนเองได้ เสมือนกับเป็นพระเอกแสนเก่งในภาพยนตร์ โดยร่างกายของเราจะพยายามป้องกันตัวเองจากศัตรูผู้บุกรุกที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายได้ในขณะที่ร่างกายต่อสู้กับความเจ็บป่วย อาการเจ็บป่วยของเรา ซึ่งอาจหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา เป็นผลมาจากชัยชนะในการรบของร่างกายกับศัตรู ทำให้เราสบายขึ้นได้ เราสามารถช่วยพระเอกคนเก่งในร่างกายของเราได้ โดยใช้วิธีง่ายๆ ในการดูแลรักษาตนเอง ซึ่งทำได้ที่บ้านหรือการใช้ยาสามัญประจำบ้านและการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตตามข้อแนะนำต่างๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ รู้ว่าควรรักษาตัวเองเมื่อใด มนุษย์เราได้พยายามรักษาอาการเจ็บปวดเล็กๆน้อยๆตัวเราเองมานานนับศตวรรษแล้ว แม้ว่าการดูแลรักษาตนเองจะเป็นวิธีทางการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์เรา แต่ส่วนใหญ่แล้ววิธีการรักษามักเป็นทางไสยศาสตร์หรือเรื่องเล่าต่อกันมา โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถเข้าใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้ดีขึ้น...

การดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุควรจะดูแลตนเองอย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักดูแลสุขภาพเบื้องต้นเป็นอย่างดี ก็จะสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ การดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุ มีดังนี้ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผู้สูงอายุควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยควบคุมปริมาณในแต่ละหมู่ให้เหมาะสม คือ เน้นโปรตีน และผักผลไม้มากขึ้น แต่ควรลดอาหารพวกแป้งและไขมันลงและควรดื่มน้ำให้มากในแต่ละวัน ยกเว้นผู้ป่วยที่ต้องจำกัดน้ำ ก็ให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้วนั้น ควรเสริมแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น แคลเซียม และสังกะสี เป็นต้น...

ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 9 ข้อ

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารที่เพียงพอในหนึ่งวัน 2. รับประทานข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ หรือเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาวเพื่อคุณค่าและใยอาหารมากกว่า 3. กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้ 4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพราะปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่าย ส่วนถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เช่นกัน 5. ดื่มนมเพื่อเสริมสร้างแคลเซียม 6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ลดอาหารประเภททอด ผัด หรือแกงกะทิ 7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด หวานจัด...

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอผู้อ่านทุกท่าน การมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยรุมเร้า ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ดังนั้น เพื่อให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลโรคนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ เริ่มต้นกลับมาดูแลร่างกายด้วยตัวเราเอง ด้วยการออกกำลังกาย ผสานไปกับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย เริ่มจาก 1.ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารและพลังงานส่วนเกินได้ดี 2.เลือกเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือหลังเลิกงาน 3.ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง ปล่อยวางเรื่องที่ไม่สบายใจ หรือทำให้เครียด เพื่อให้ออกกำลังกายอย่างมีความสุข 4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สิ่งสำคัญเราต้องรู้จักรับประทานอาหาร ซึ่งมีข้อมูลจากกรมอนามัย...

Recent Comments