วันอังคาร, พฤษภาคม 18, 2021
หน้าแรก ความรัก ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

อยู่ดีๆ ก็หายไลน์ไม่ตอบ… ทำความรู้จักกับ ความสัมพันธ์แบบ ‘Ghosting Relationship’

เมื่อความสัมพันธ์ของคุณและเขากำลังไปได้สวย คุยกันถูกคอ เขาเองก็ไม่มีท่าทีและวี่แววว่าจะไม่ชอบอะไร แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่เขาบอกว่าขอเวลาไปทำธุระ เขาก็หายไปเลย ไม่เคยตอบแชทกลับมาอีก คุยกันอยู่ดีๆ ก็หายเฉย! เหตุการณ์แบบนี้เรียกว่า ความสัมพันธ์แบบโกสติง Ghosting Relationship เรามาทำความรู้จัก และรู้ทันความสัมพันธ์แบบโกสติงกันดีกว่า ว่ามันคืออะไรกันนะ?

ความหมายของ ความสัมพันธ์แบบโกสติง

ความสัมพันธ์แบบโกสติง จะเกิดขึ้นเมื่อใครสักคนที่อยู่ๆ ก็หายไปจากความสัมพันธ์ โดยไม่บอกไม่กล่าว ไม่มีสัญญาณบอกลา แม้ว่าคุณจะพยายามโทรกลับ หรือกระหน่ำส่งข้อความ คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียงความเงียบ ความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ถูกเรียกว่า ‘Ghost’ ที่แปลตรงๆ ว่า ‘ผี’ เพราะใครบางคนนั้นหายไปในอากาศราวกับว่าเป็นผีนั่นเอง จากผลการศึกษาเรื่องนี้พบว่า มีคนประมาณร้อยละ 25 เคยตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง

ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

สาเหตุของความสัมพันธ์แบบโกสติง

เหตุผลมากมายที่ใช้ในการหายไปแบบไม่บอกกล่าว ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์แบบโกสติง

เหตุจากความกลัว
‘ความกลัว’ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาเลือกที่จะหายไป เพราะรู้สึกกลัวในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการกลัวที่จะทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ กลัวความผูกพันธ์ หรือกลัวการเลิกรา ทำให้พวกเขาตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และหายไปอย่างเงียบๆ

ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
ในบางครั้งความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้น อาจจะกำลังมีผลต่อสภาพจิตใจ สุขภาพร่างกาย ทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์นี้ต่อไป และเขาเองก็อาจจะไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง หรือไม่ชอบปฏิกิริยาของความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการเลิกรา ทำให้เลือกที่จะหายไปโดยไม่บอกแทน

เลือกตัดสัมพันธ์ได้ง่าย
ในปัจจุบันการหาคู่ หรือการเริ่มต้นคบหากับคนใหม่ๆ มีช่องทางมากมาย อย่างเช่นการใช้บริการแอปพลิเคชั่นที่ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร ทำให้เราสามารถพบกับความสัมพันธ์ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น คุณและเขาอาจจะอยู่ในขั้นตอนของการทดลองคุย โดยที่เขาเองก็ยังไม่ได้รู้จักคุณอย่างลึกซึ้ง เมื่อคิดว่าไม่ใช่จึงเลือกจากไปแบบเงียบๆ เพราะคิดว่าคุณกับเขาคงไม่มีโอกาสเจอกันอีก

นึ่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของความสัมพันธ์แบบโกสติง ที่สำคัญเขาเองก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ง่าย โดยที่ไม่ต้องหาเหตุผลการบอกเลิกให้ต้องลำบากใจเลย

ความสัมพันธ์แบบ Ghosting Relationship

มูฟออนอย่างไร? เมื่อเจอความสัมพันธ์แบบโกสติง

เมื่อคุณต้องตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติง ซึ่งคุณเป็นฝ่ายถูกเท! วังวนแห่งความเศร้าเสียใจต้องมีอย่างแน่นอน บางครั้งอาจทำให้คุณเกิดอารมณ์มากมาย นอกจากความเศร้า อาจจะรู้สึกสับสน งง ปนสงสัย แม้กระทั่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอ อาจถึงขั้นทำให้คุณรู้สึกด้อยค่า เหมือนถูกลดคุณค่าลง

กว่าความเจ็บปวดในความสัมพันธ์ลักษณะนี้จะหายไป ก็อาจจะต้องใช้เวลาเป็นตัวรักษาแผลใจ แต่ละคนย่อมมีภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นไปได้ว่าเราอาจจะเจอความสัมพันธ์แบบนี้ซ้ำๆ อีกก็เป็นได้ ในระหว่างนี้ก็ควรหากิจกรรมที่ชอบทำ เพื่อจะได้เบี่ยงเบนความสนใจ ดึงตัวเองออกจากการจมอยู่กับความเจ็บปวด อาจจะเลือกอ่านหนังสือเล่มโปรด ออกกำลังกาย หรือวาดรูปตามแต่ถนัด

จากผลการวิจัยในปี 2010 และ 2011 พบว่าผู้ที่ตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบโกสติงนั้น ทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย เช่นเดียวกับการถูกหลอกลวง และการถูกปฏิเสธเลยทีเดียว นอกจากนี้ความสัมพันธ์แบบโกสติงยังส่งผลต่อความนับถือตนเอง และการกลัวความสัมพันธ์ในอนาคตอีกด้วย

การรับมือกับความสูญเสียนั้นไม่ง่ายเลย ยิ่งคุณมีความสัมพันธ์กับเขาอย่างยาวนานและแนบแน่นก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกเสียใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป คุณก็จะผ่านมันไปได้แบบสวยๆ นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก | hellokhunmor

สาเหตุ และแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กัดเล็บ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisment -

Most Popular

การดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว

การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่มีคุณค่าอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตัวของเราเองและบุคคลในครอบครัวเกิดความกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว เกิดความรักในครอบครัวซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างดี อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต คุณค่าของการวางแผนดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัว คำว่า “สุขภาพดี” ในแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่สภาวะสังคม หรือรูปแบบของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีอย่างน้อยจะต้องหมายถึง ความสมบูรณ์ของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะเกิดได้เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัว ไม่ใช่เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ หากแต่จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนในการดูแลสุขภาพล่วงหน้าซึ่งจะช่วยให้เกิดผลดี ดังนี้ -สามารถที่จะกำหนดวิธีการหรือเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตัวเราเองหรือบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -สามารถที่จะกำหนดช่วงเวลาในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม อาจจะมีกิจกรรมการออกกำลังกายในช่วงเช้า หรือ ในบางครอบครัวอาจจะมีเวลาว่างในช่วงเย็น ก็อาจจะกำหนดกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพในช่วงเย็นก็ได้ หรืออาจจะ กำหนดช่วงเวลาในการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคคลในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม -เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว...

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่

การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่ เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น  ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้ การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย  อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์ บรรเทาอาการ  การบรรเทาอาการ คือ...

7 เคล็ดลับง่ายๆ วิธีดูแลตัวเองให้สุขภาพดีและแข็งแรง

ในปีนี้หลายคนตั้งเป้าหมายการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การเรื่องงาน เป้าหมายการใช้ชีวิต รวมถึงการมีสุขภาพดีด้วย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคนหันมาสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวเองนอนหลับสบาย มีสุขภาพแข็งแรง หรือการหลุดพ้นจากความเครียดเมื่อเราเรียนรู้ที่จะดูแลสุขภาพกายและใจตัวเองให้ดีแล้ว เราก็จะสามารถดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดและภาระหน้าที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม 1.เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อชีวิตสดใส

1.ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลา ในทุก ๆ มื้อพยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างพอเพียงตามความต้องการของร่างกาย และควรทานให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยมื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดจึงไม่ควรที่จะงด ส่วนมื้อเย็นควรทานแต่น้อยและไม่ควรทานหลัง 6 โมง เพราะหากทานดึกเกินไปใกล้เวลานอน อาจทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.ดื่มน้ำให้พอเพียง พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำอย่างพอเพียงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพและความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ดูสดใสเปล่งปลั่ง 3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง...

Recent Comments